เครือข่ายอำนาจและการสะสมทุน ในจังหวัดชัยนาท

วิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง

  • เดชา บุญอินทร์ มหาลัยวิทยาลัยบูรพา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพแนวประวัติศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1.การสร้างเครือข่ายอำนาจของกลุ่มตระกูลนาคาศัยในจังหวัดชัยนาท 2.กระบวนการสะสมทุนของกลุ่มตระกูลนาคาศัย ตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน และ 3.กระบวนการสืบทอดอำนาจของกลุ่มตระกูลนาคาศัย โดยอาศัยแนวคิดเครือข่ายอำนาจท้องถิ่น และการสะสมทุนเบื้องต้นเป็นแนวคิดหลัก ด้วยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และศึกษาเอกสาร ภายใต้การวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง ทั้งนี้ ใช้แนวคิดของมานูเอล คาสเทลล์ / เดวิด โนก / ไมเคิล แมนน์ / คาร์ล มาร์กซ์ และเดวิด ฮาร์วีย์ เป็นกรอบในศึกษา พบว่า การสร้างเครือข่ายอำนาจในจังหวัดชัยนาท มีการพัฒนามาจากเครือข่ายอำนาจท้องถิ่นแบบไม่มีขั้วอำนาจชัดเจน มาเป็นเครือข่ายอำนาจผูกขาดจากเครือข่ายอำนาจ เชิงบารมีของ “ตระกูลนาคาศัย” ภายใต้การนำของนายอนุชา ในการก่อรูปเครือข่ายอำนาจผูกขาดขั้วเดียว ของตระกูลนาคาศัย มีรากฐานมาจากการสะสมทุนเบื้องต้น การทำธุรกิจส่วนตัวที่เด่นชัด เช่น ธุรกิจสถานบันเทิง สโมสรฟุตบอล เป็นต้น ในกระบวนการสะสมทุนดังกล่าวนั้น ได้มีการสร้างเครือข่ายอำนาจทั้งหกเครือข่ายที่ตกผลึก บนสายสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์กับเครือข่ายนักการเมืองระดับชาติ ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับประชาชนในพื้นที่ ในส่วนการสะสมทุนของตระกูลนาคาศัย พบว่า กลุ่มตระกูลนาคาศัย ภายใต้การนำของนายอนุชา สามารถรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองได้แล้ว ก็ขยายธุรกิจของตระกูลให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลและการสะสมทุนทางสังคม หลังจากการเปลี่ยนเครือข่ายอำนาจซึ่งพรรคไทยรักไทยเข้ามามีบทบาททางการเมือง ภายหลังจากนายอนุชา ถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เป็นเหตุให้เครือข่ายอำนาจของนายอนุชา ได้รับการท้าทายจากคู่แข่งทางกลุ่มนักการเมืองทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า แต่ภายใต้การนำของภรรยา ก็สามารถยึดพื้นที่ทางการเมืองไว้ได้ ตระกูลนาคาศัยก็พยายามปรับตัวเพื่อสืบทอดอำนาจผูกขาด โดยการหันมาทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นในมิติเชิงรักษามรดก วัฒนธรรมและประเพณี เพื่อสร้างฐานเสียงในการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี การปรับกลไกทางการเมืองผ่านสโมสรฟุตบอล ผลจากการปรับกลไกต่างๆ ทำให้กลุ่มตระกูลนาคาศัย สามารถสืบทอดเครือข่ายอำนาจผูกขาดมาจนถึงปัจจุบัน

บรรณานุกรม

กุลลดา เกษบุญชู มี้ด. (2555). ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของลัทธิเสรีนิยมใหม่. กรุงเทพฯ :สวนเงินมีนา, 2555.(พิมพ์ครั้งที่ 1 มิถุนายน 2555).
ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง. (2551). นักการเมืองถิ่นจังหวัดชัยนาท. สถาบันพระปกเกล้า เอกสารวิชาการส่วนบุคคล
ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์และชัยณรงค์ เครือนวน. (2552). โครงสร้างอำนาจและการสะสมทุนในจังหวัดชลบุรี. งานวิจัยภายใต้โครงการ “สู่สังคมไทยเสมอหน้า การศึกษาโครงสร้างความมั่งคงและโครงสร้างอำนาจเพื่อการปฎิรูป”
_______ (2555). โครงสร้างอำนาจท้องถิ่นระดับตำบลในเขตภาคตะวันออกและจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาพื้นที่ในสามตำบล. วารสารการเมืองการบริหารและกฎหมาย
ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี.
ณัชชานุช พิชิตนารัตน์. (2554). แนวคิดวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารเศรษฐศาสตร์ การเมือง บูรพา ปีที่ 3 ฉบับที่ 2
ระดม วงษ์น้อม.(2526). แนวความคิดเรื่องชนชั้นและการศึกษาโครงสร้างอำนาจชุมชน. รัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2.
Castells, M. (1996). The Rise of the Network Society. Oxford: Basil Blackwell Publisher.
_________. (2011). ‘Network Theory/A Network Theory of Power.’ International Journal of Communication. Vol 5: 773-787.
David K. (2017). Power Structure of Policy Networks. UK: Oxford University.
Mann, M. (1986). The Sources of Social Power, Cambridge University Press. (Volume 2). The rise of classes and nation-states, 1760-1914..
Marx, K. and Friedrich Engels. (2012). Das Kapital – Capital: Critique of Political Economy (Volume 1). Translated by Samuel Moore. California: CreateSpace Independent Publishing Platform
เผยแพร่แล้ว
2020-09-01